“ความสัมพันธ์แบบในครอบครัว”ของไต้หวันที่มีต่อสหรัฐฯ คืออดีตและอนาคตของไต้หวัน

(Image from Flickr user Kevin Harber)

(Image from Flickr user Kevin Harber)

กว่า 40 ปี ของพระราชบัญญัติความสัมพันธ์ไต้หวันที่ถูกตราขึ้นโดยรัฐสภาสหรัฐอเมริกา ความสัมพันธ์ระหว่างไต้หวัน และสหรัฐอเมริกาได้ก้าวข้ามความสัมพันธ์ระดับทวิภาคีสามัญจนกลายเป็น“ความสัมพันธ์ระหว่างรัฐกับรัฐพิเศษ”และแม้ว่าความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการจะถูกตัดออกไป อย่างไรก็ตามความสัมพันธ์ระหว่างไต้หวันและสหรัฐอเมริกานั้นขึ้นอยู่กับกฎหมายภายในประเทศของสหรัฐอเมริกาซึ่งสูงกว่าความสัมพันธ์ที่กำหนดโดยกฎหมายระหว่างประเทศและเป็นโครงสร้างที่มีเสถียรภาพสูง

แม้ว่าตอนนี้ไต้หวันไม่ได้มีความสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการกับสหรัฐฯ แล้ว แต่ในความเป็นจริงทั้ง 2 ประเทศ ก็ยังมีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดแนบแน่นเปรียบเสมือนครอบครัวเดียวกัน สหรัฐฯ ภายใต้การบริหารของทรัมป์ได้ออกกฎหมายใหม่เพื่อสนับสนุนไต้หวัน เช่น กฎหมายการท่องเที่ยวไต้หวัน (Taiwan Travel Act) และกฎหมายการรับประกันเชิงรุกในเอเชีย (Asia Reassurance Initiative Act) รวมทั้งกฎหมายด้านอื่นๆ เช่น กฎหมายการมีส่วนร่วมในเวทีระดับนานาชาติของไต้หวัน (Taiwan International Participation Act) ซึ่งผลักดันโดยนาย Cory Gardner วุฒิสมาชิกสหรัฐอเมริกาพรรคริพับลิกัน และนาย Edward J. Markey วุฒิสมาชิกสหรัฐอเมริกาพรรคเดโมแครต ซึ่งกฎหมายเหล่านี้ชี้ให้เห็นว่าสหรัฐอเมริกามีผลประโยชน์ทางกฎหมายเกือบทั้งหมดในไต้หวัน กล่าวคือสหรัฐฯ มีความสามารถในการปกครองไต้หวันโดยตรงในระดับชาติแล้ว ซึ่งสามารถช่วยปกป้องไต้หวันที่ตอนนี้เรียกได้ว่าใกล้จะอยู่ในปากเสือแล้ว (จีน)

ในอนาคต ไต้หวันควรจะกำหนด "กฎหมายความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐอเมริกา" ด้วยตนเอง เพื่อสะท้อนความสัมพันธ์ทวิภาคีพิเศษ และควรมีการเจรจาโดยตรงระหว่างไต้หวันและสหรัฐอเมริกาเพื่ออธิบายตำแหน่งของไต้หวันและความเต็มใจที่จะร่วมมือ

ก่อนที่กฎหมายดังกล่าวจะมีขึ้น ไต้หวันสามารถทำสิ่งต่อไปนี้คือ หนึ่ง ควรประกาศเงินดอลลาร์สหรัฐฯว่าเป็นสกุลเงินที่ถูกกฎหมายและสามารถใช้ควบคู่กับดอลลาร์ไต้หวัน สอง ภาษาอังกฤษแบบอเมริกันควรได้รับการประกาศเป็นภาษาทางการของไต้หวันในทุกระดับ สาม ทุกพื้นที่ท้องถิ่นควรวางแผนที่จะสร้างเขตเศรษฐกิจพิเศษด้วยมาตรฐานภาษาอังกฤษที่สูงเพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ และองค์กรไม่แสวงผลกำไร (NGO) ระหว่างประเทศมาตั้งสำนักงานในไต้หวัน ซึ่งสิ่งนี้จะช่วยให้ไต้หวันมีส่วนร่วมในองค์การสหประชาชาติในฐานะองค์การที่ไม่แสวงผลกำไร (NGO)

อนาคตการพัฒนาของไต้หวันนั้นต้องต้องเป็นไปตามเส้นทางนโยบาย และกลยุทธของสหรัฐอเมริกาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ไต้หวันได้รับประโยชน์จากอเมริกามานานหลายปีและเติบโตขึ้นจากการดำเนินการตามระบอบประชาธิปไตยเสรีภาพและสิทธิมนุษยชนซึ่งเป็นรากฐานของสังคม ซึ่งขณะนี้เป็นเวลาที่เหมาะสมสำหรับไต้หวันที่จะพัฒนาความสัมพันธ์ให้ใกล้ชิดกับสหรัฐฯ มากขึ้น และร่วมมือในด้านการค้าเสรีทั่วทั้งอินโด – แปซิฟิกร่วมกับสหรัฐฯ และญี่ปุ่น ไต้หวันไม่เพียงแต่ต้องการการมีส่วนร่วมในระดับสากลมากขึ้น แต่ยังต้องการความร่วมมือที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นกับญี่ปุ่นและสหรัฐอเมริกาด้วย

ในยุคดิจิตอล และปัญญาประดิษฐ์ ทำให้แต่ละประเทศนั้นไร้พรมแดน ไม่สามารถเอาเส้นมาแบ่งได้ อนาคตของประเทศไต้หวันนั้นต้องยืนอยู่บนไหล่ของยักษ์ โดยยักษ์ที่ว่านี้เป็นพันธมิตรระหว่างประเทศใหม่บนพื้นฐานของเสรีภาพประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชนซึ่งนำโดยสหรัฐอเมริกา ไต้หวันจำเป็นต้องเข้าร่วมการผสมผสานทางการเมืองเศรษฐกิจและวัฒนธรรมอันยิ่งใหญ่นี้ซึ่งกำลังก่อตัวขึ้น ในช่วงทศวรรษข้างหน้านับจากปีนี้ (2019)ไต้หวันจะต้องดำเนินการ "เปิดประเทศใหม่" ของตนเองให้สมบูรณ์ในรูปแบบดิจิทัลและรวมเข้ากับประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดในโลกในการพัฒนาการศึกษาเชิงลึกและการพัฒนาเมืองและชนบทที่ชาญฉลาด

เป็นที่ชัดเจนว่าโลกกำลังก้าวไปสู่ระบบในอนาคตบนพื้นฐานของอิสรภาพและประชาธิปไตยที่มีการบูรณาการต่อไปของรัฐบาลสกุลเงิน และการทหารในรูปแบบของภาคีเครือข่ายของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้องทั้งหมด (Multi-stakeholders) ลำหรับ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ข้อมูลขนาดใหญ่และเทคโนโลยีบล็อกเชนกำลังเปลี่ยนแปลงวิธีการปกครองของรัฐบาล ยกตัวอย่างเช่น ชาวไต้หวันสามารถใช้ระบบตรวจคนเข้าเมืองอัติโนมัติ (E-Gate) ของหลายประเทศประเทศ ซึ่งเทคโนโลยีใหม่เหล่านี้จะนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในการทำงานของรัฐบาล โดยภาษาหลักของการปฏิวัติระบบดิจิตอลนี้คือ ภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน และสกุลเงินที่มีศักยภาพมากที่สุดคือดอลลาร์สหรัฐฯ นั่นเอง

แนวคิดนี้คล้ายกับคิดเกี่ยวกับ "การสร้างเรือ" ก่อนที่จะเผชิญกับ "มหาอุทกภัย"

ความสัมพันธ์ของไต้หวันและสหรัฐฯ นั้นมีพื้นฐานมาจากพระราชบัญญัติความสัมพันธ์ไต้หวันที่มีอายุครบ 40 ปี ซึ่งเป็นความสัมพันธ์ที่ปลอดภัยเหนือความสัมพันธ์อื่นใด ในอนาคตไต้หวันควรใช้พระราชบัญญัติความสัมพันธ์ไต้หวันของสหรัฐฯ เป็นต้นแบบให้กับประเทศประชาธิปไตยอื่นๆ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายที่คล้ายคลึงกัน และเพื่อสร้างอุดมคติในการประชุมของรัฐประชาธิปไตยทั่วโลกเพื่อเสริมสร้างพันธมิตรใหม่ๆ และ “ความสัมพันธ์ในครอบครัว” ของไต้หวันที่มีต่อสหรัฐอเมริกาคืออดีตและอนาคตของไต้หวัน

หยาง เซินหง ประธานสมาคมสิทธิมนุษย์ชนจีนของไต้หวัน